 |
ปีใหม่ที่ผ่านมา ดิ อโรคยา คลินิก ปิดทำการหลายวัน ผมจึงมีเวลาไปเยี่ยมเยียนผู้หลักผู้ใหญ่ ไปอวยพรขอพรปีใหม่ ซึ่งผมเองตั้งแต่มาเป็นหมด โอกาสที่จะไปพบใครทีก็หายากจริงๆ แม้ว่าในสัปดาห์หนึ่งจะหยุดทำการทุกวันอังคารก็ตาม ก็มีภารกิจต้องไปซื้อยาซื้อของมาเข้าร้าน จัดร้าน พ่อแม่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยได้มีโอกาสไปหา ต้องมอบภาระให้น้องๆช่วยดูแล
ปีนี้ผมก็ได้ทราบข่าวว่า ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่งเป็นมะเร็งตับ นอนอยู่โรงพยาบาล 3-4 เดือนแล้ว หมอบอกให้ออกมานอนอยู่บ้านเพราะหมอหมดทางรักษาแล้ว
ขณะที่ผู้ป่วยเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นมะเร็ง มีแต่ภรรยาและลูกๆเท่านั้นที่ทราบ โดยบอกผู้ป่วยว่า “ตับอักเสบ” หมอบอกว่าผู้ป่วยอยู่ในมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน นี่ก็จวนจะหมดเวลาแล้ว ผมเองทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจ และเสียดายคนดีๆอย่างท่าน น่าจะอยู่ได้นานกว่านี้ เพราะชีวิตท่านมีความพร้อมทุกสิ่ง ภรรยาที่แสนดี ลูกๆที่น่ารัก ฐานะทางการเงินดี จะกินอะไรจะไปเที่ยวที่ไหนก็มีคนต้อนรับ |
| |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
นิตยสารตั้งตัว - เดือนเมษายน
แฟนรายการจากเชียงใหม่(ไม่แน่ใจว่าจากทาง วิทยุ หรือ โทรทัศน์) เป็นสุภาพสตรี วัย 53 ปี โทรเข้ามาปรึกษาว่าเธอมีโอกาสจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ไหม
เธอมีอาการแสบท้องแถวลำไส้ ไปโรงพยบาล X-ray ดูแล้ว หมอบอกว่ามันพองๆ 2 จุด ยังไม่เป็นมะเร็ง แต่ก็กลัวจะเป็นมาก หมอให้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาขับลม ยาแก้ท้องอืด อาการก็ดีขึ้น และได้ปฎิบัติตัวตามที่หมอแดงบอกด้วย เมื่อก่อนนั้นจะดื่มน้ำผลไม้หลังอาหารมาก ท้องจะอืด ตอนนี้จะดื่มหลังอาหาร 1 ชั่วโมงตามที่หมอบอกแล้ว
“แล้วอย่างนี้จะกินยาแก้มะเร็งกันไว้ก่อนจะดีไหมคะ” เธอถามต่อ
“อ้าว....ก็ยังไม่เป็นไม่ใช่หรือ แล้วจะกินยาทำไม เราต้องเอาอาหารมาเป็นยาซิ ไม่ใช่คิดจะกินยาเป็นอาหาร ข้าว ผัก พืช ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ยับยั้ง แอนตี้สารก่อมะเร็งทั้งนั้น แต่เราต้องเลือกใช้ เลือกกินหน่อย และกินเข้าไปแล้วก็ต้องย่อยได้ ถ้าย่อยไม่ได้ก็หมักหมมกลายเป็นสารพิษ เป็นสารก่อมะเร็งขึ้น” |
|
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
กล่าวกันว่าร่างกายมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีซับซ้อนที่สุด มากกว่าคอมพิวเตอร์หรือสิ่งประดิษฐ์ใดที่มนุษย์เคยสร้าง เรามีจิตวิญญาณ มีความรู้สึกนึกคิด มีร่างกายที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต มีอวัยวะในร่างกายที่ทำงานอย่างเป็นระบบ มีแม้กระทั่งกลไกป้องกันตัวเองจากอันตรายต่างๆ ทั้งเรื่องที่เรารู้และไม่เคยรู้สึกมาก่อน ว่าอาการเหล่านั้นคือกระบวนการป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติของร่างกาย ซึ่งในที่นี้ผมขอเรียกว่ากระบวนการขับพิษ
โดยปกติร่างกายคนเรามีวิธีขับพิษออกจากร่างกายด้วยกัน 4 วิธีคือ
1.โดยการหายใจ การหายใจนั้นจะเป็นการขับพิษได้ ต้องใช้ปอดเป็นตัวช่วย มลพิษที่เข้าไปทางปอดหรือโดยการสูบบุหรี่ จะเป็นการทำให้มีพิษตกค้างอยู่มาก ถ้าหากว่าปอดทำงานได้ไม่ดีแล้วพิษนั้นก็จะออกมาทางผิวหนังได้
2. ขับพิษทางเหงื่อ ถ้าพิษตกค้างอยู่และไม่ออกมาทางลมหายใจ พิษก็จะออกมาทางเหงื่อ ตามผิวหนัง ขับเหงื่อได้โดยการออกกำลังกาย
3. ทางปัสสาวะ ไตจะเป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองเอาของเสียออกจากกระแสโลหิต และขับออกมาโดยใช้พลังงานของไตขับออกมาในรูปของน้ำปัสสาวะ
4. ทางอุจจาระ ลำไส้ใหญ่จะเป็นตัวการที่จะทำการขับพิษนี้ออกโดยการอุจจาระ ท่านต้องท้องไม่ผูก ท้องไม่เสียจึงทำให้ถ่ายได้ดี |

|
| |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 6 จาก 83 |