|
เวทีกิจกรรม HALL A เวลา 14.00-15.00 น.
1. ทำไมถึงตั้งชื่อหนังสือว่า “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น” ตอบ - ตั้งใจอยากจะให้เป็นคำทักทายของคนทั่วไป เหมือนคำว่า สบายดีหรือเปล่า สบายดีนะครับ - เพื่อไว้เป็นคำถามเพื่อใช้สกิดใจ ให้ได้คิดว่า แล้วเราจะกล้ายกมือไหมนี่ - มาจากว่าเราเห็นคนป่วยมากมาย แต่เมื่อถามว่า “เป็นอะไร มีปัญหาที่ไหน เป็นโรคอะไรก็จะได้รับคำตอบว่า ไม่เป็นอะไร อยากมาตรวจเช็คสุขภาพ หรือมานวดเฉยๆ” “แล้วกินยาอะไรอยู่บ้างละ ตอนนี้?” คราวนี้ละถึงบอกว่า “ยาเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ แต่ทุกอย่างปกติ คุมอยู่หมดกินยามาหลายปีแล้ว - เขายังไม่เข้าใจว่า ยาที่กินๆ กันอยู่นั้นไม่ได้เข้าไปบำบัดรักษาอะไรเลย จะเป็นได้จากที่เราต้องกินมากขึ้น ๆ โรคแทรกซ้อนก็ตามมาอีกเรื่อยๆ จึงอยากจะชี้ให้เขาเข้าใจว่า เขากำลัง ป่วยอยู่นะ อย่าได้ชล่าใจ ให้หันกลับมาดูแลร่างกายให้มากขึ้น 27-01-2552
2. จุดมุ่งหมายของหนังสือ “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น” นั้นต้องการที่จะถามใคร หรือบอกใคร? ตอบ - ต้องการที่จะถามทุกๆ คน ถามคนทั้งโลกนี้เลยก็ได้ (ที่อ่านภาษาไทยออก) - ไม่ใช่ใช้แค่หนังสือถาม เรายังใช้ วิทยุ, TV, Internet ถามอีกด้วย หรือเห็นหน้าหมอ แดง ก็ต้องคิดอยู่ในแล้วว่าหมอแดงกำลังถามว่า “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น”
3. แค่หนังสือของคุณหมอแดง รายการโทรทัศน์ และเว็ปไซด์ แค่นี้หรือคะ จะทำให้คนป่วยในประเทศน้อยลงได้ ? ตอบ - แน่นอนครับว่าหมอแดงคนเดียวไม่สามารถที่จะบอกใครต่อใครได้มากมาย แต่ขอให้เข้าใจให้ดีนะครับว่า “หมอที่ดีที่สุดคือตัวท่านเอง ส่วนหมอที่ขึ้นชื่อว่าหมอนั้นเป็นเพียงไกด์ เป็นผู้แนะนำเท่านั้น” - เมื่อผมเป็นไกด์ เป็นผู้แนะนำ บอกวิธีการในการในการดำรงชีวิต วิธีการในการบำบัดโรค ภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้ท่านได้รองปฏิบัติดู ลองทำดู ถ้าเห็นว่ามันดี ก็ช่วยกันบอกต่อไป ไม่มีต้นทุนอะไรมากมาย - จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก เรามองเห็นว่า เราขาดความรู้ในเรื่อง “หลักของธรรมชาติ”ละเลยความรู้ในเรื่องนี้ ดำเนินชีวิตไปตามใจชอบ ไปตามกระแสตะวันตก หลงลืม “กุญแจที่จะไขเข้าไปรู้จักแก่นแท้ของธรรมชาติ” มัวแต่เรียนรู้เรื่องของคนอื่น - ตัวอย่าง - อจ.ทางด้าน comp จบจากเมืองนอก สอนอยู่ในมหาวิทยาลัย อายุ 40 ปีเอง บอกว่ามีอาการปวดอวัยวะต่างๆ ไปทั้งหมด ไม่ว่า หัว คอ บ่า ไหล่ ตะโพก เอว ส้นเท้า อุ้ง เท้า หมอบอกว่ากระดูกไม่เข้าที่ กล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้อยึด แล้วแต่หมอที่ไปหา (ที่ ม.มีหมอเยอะ) โดยเฉพาะคอ ปวดมาเป็น 10 ปีแล้ว ต้องกินยา แก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ นวด ฝังเข็ม ดื่มน้ำเย็น ทั้งวัน 6-8 ลิตร น้ำอัดลมวันละ 800 cc. นม 2 กล่องต่อวัน ชอบเนื้อสัตว์ มากกว่าผัก ดื่มน้ำครั้งละ 2 แก้ว ช่วงทานอาหาร ดื่มน้ำรวมๆ แล้วเป็นลิตร
4. เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการดูแลสุขภาพ และการรักษาโรค ตัวอย่าง - คุณสกล พนักงานขับรถ มสธ. มีอาการปวดหลัง ค่า MRI 8000 บาท ค่ายา อีกเดือนละ 5000 บาท มา 2 ปี ซื้อยากินเอง ชุดละ 10 บาท กินเดือนละ 2 ชุด - เป็นสุภาพสตรี มุสลิม มีอาการปวดต้นคอ หัวไหล่ มีเงินเข้าโรงพยาบาลรัฐ 5000 บาท คิดว่าเหลือเฟือ โดนเข้าไป 6000 บาท ต้องขอให้แม่เอาเงินมาจ่ายค่ายาให้ - คุณมณี ขาย Jewelry ปวดหัว เวียนหัว ปวดกระเพาะ มีลม เสาะท้องบ่อย ๆ เวลาเคลื่อนไหวจะเวียนหัว อาเจียน รักษากินยามาตลอดแต่ไม่ยอมหายไม่อยากจะกินยา แล้ว กลัวจะเป็นโรคไตวายเหมือนแม่ (เสียชีวิตมา 6 เดือน) เป็น โรคหัวใจ เก๊าต์ ความดัน ฟอกไตได้ 40 นาที (เลือดหนืดมาก) จนฟอกไม่ได้ - คุณน้องนุช เป็นโรคกรดไหลย้อน รักษามาหลายที่ ไม่ยอมหายต้องหามเข้า รพ. บ่อยมาก เพราะหายใจไม่ออก ได้แต่ยาลดกรด ช่วยย่อย ลดการหลั่งกรด ขับลม มากินแต่ไม่ยอมหาย ที่สำคัญสามี เป็นมะเร็งที่กระเพาะ ต้องตัด กระเพาะออกทั้งพวง ให้คีโม กินไม่ได้ แล้วชีวิตจะแย่ขนาดไหน
5. “หมอที่ดีที่สุดคือตัวของท่านเอง” เป็นคำพูดที่ฟังดูดีนะคะ แต่ว่าเราจะทำให้เป็นรูปธรรมได้จริงๆ หรือ? ตอบ - ได้แน่นอนครับ เพียงแต่ให้สังคม เห็นถึงความสำคัญในการที่จะคิดช่วยตัวเอง หันมาศึกษา หลักการของธรรมชาติบำบัด หมอนั้นเป็นเพียงไกด์ หมอรักษาใครไม่ได้หรอกครับ ถ้าเจ้าตัวไม่ทำตามที่หมอบอก หรือรักษาได้ก็แค่ปลายเหตุ
6. การเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร่างกาย ทำอย่างไรบ้าง? แม้ร่างกายของเราจะพูดบอกเราไม่ได้ว่ากำลังเกิดปัญหาขึ้นที่ไหน? อย่างไร? แต่ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนเราให้รับรู้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น - หงุดหงิดง่าย - ภูมิแพ้ - กลิ่นปาก กลิ่นตัว - หน้าแดง ขาดำ - ตัวร้อน - ทานอาหารไม่ลง - ร้อนใน ปากเป็นแผล - ท้องอืด - ท้องผูก - เป็นสิว 7. หลังจากนี้ ถ้ามีใครถามดิฉันนะคะว่า “ใครไม่ป่วยยกมือขี้น” ดิฉันจะเป็นคนหนึ่งที่ กล้ายกมือขึ้นให้สุดแขนเลยค่ะ
ผลจากการพูด 1. น่าจะพูดเรื่องในหนังสือ หยิบหนังสือมาพูด 2. พูดของตัวเองและครอบครัวมากเกินไป 3. ควรจะต้องมีสคริปแผ่นเล็กๆ เตรียมไปบ้าง อย่าหวังจากพิธีกรมาก 4. หาตัวเลขมาพูดบ้าง เรื่องงบประมาณ ปริมาณคนป่วย 5. ยังเก็บรายละเอียดไม่ได้ พูดไปเรื่อยๆ 6. ต้องเตรียมข้อมูลให้ดีกว่านี้
|